5 อันดับนักชกที่เก่งที่สุด

อันดับนักชกที่เก่งที่สุดของทวีปเอเชีย และตำแหน่งเกียรติประวัติ

ชีวิตนักมวย อันดับที่ 5 คิม ด็อกกู ของคิมเกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2498 ที่หมู่บ้านชาวประมงในเมืองโกจิน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่ออายุได้สิบสี่ปีเขาได้เดินทางเข้าสู่กรุงโซลเพื่อแสวงหาความรู้ด้านการต่อสู้และภายในระยะเวลาสี่ปี ดุกคูก็ได้ขึ้นครองแชมป์ของสหพันธ์มวยภาคตะวันออกในรุ่นไลท์เวทและได้มีโอกาสไปชกชิงแชมป์โลกของสมาคมมวยโลก ‘WBA’ กับ เรย์ มานชินี่ แชมป์โลกชาวอเมริกัน13พฤศจิกายน2552เจ้าของฉายา บูม บู และ

เป็นการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกของมานชินี่ด้วย คิม ดุกกู มีอันดับโลกเป็นรองแชมป์อันดับหนึ่งแน่นอนการชกครั้งนี้เป็นไปอย่างดุเดือดคิม ดุกกู ถูกมานชินี่ไล่ชกอยู่ฝ่ายเดียวแต่ก็ยังสู้จนมาถึงยกที่สิบสี่และได้ล้มลงไปนอนกับพื้นแพทย์สนามจึงตรวจเช็คสมองของคิม ดุ๊กกู ปรากฎว่าได้เสียแล้วจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปถึงประเทศเกาหลีใต้ นางซุน เยียวได้ทราบข่าวได้แต่ร้องไห้ มารดา ของ ดุกกู ทางรัฐบาล

เกาหลีใต้ได้ออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้นางและลูกชายอีกคนไปสหรัฐอเมริกาเพื่อไปรับ ศพ คิม ดุ๊กกู จากไปอย่างสงบ เมื่อ18 พฤศจิกายน จากนั้นได้มีการทำพิธีส่งมอบร่างของ คิม ดุ๊กกู เพื่อส่งกลับประเทศและหลังจากกลับมาเกาหลีใต้แล้วสี่วันต่อมานางซุน ก็ได้ผูกคอตายตามลูกชายไปและหลังจากข่าวที่คิม ดุกคู เสียชีวิตสภามวยโลกเลยได้เปลี่ยนการชกสิบห้ายกมาเป็น12ยกในปัจจุบันนี้


ชีวิตนักมวย อันดับที่ 4 โจะอิชิโร ทะสึโยะชิ เป็นนักมวยชาวญี่ปุ่นที่ชกน้อยครั้งที่สุดและเป็นแชมป์โลกโจะอิชิได้ขึ้นชิงแชมป์โลกเป็นการชกครั้งที่แปด และได้เป็นแชมป์และหลังจาก โจะอิชิโร่ ทะสึโยะชิก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เนื่องจากเรติน่าตาเสีย จึงต้องพักการชกมวยไว้ชั่วคราวเพื่อเข้ารับการรักษาตัว หลังจากรักษาตัวไม่นานก็ได้ขึ้นชกป้องกันตำแหน่งของนักมวยชาวเม็กซิกันกับ วิคเตอร์ ราบานาเลส แต่ได้พ่ายแพ้ให้ กับ วิค

เตอร์อย่างขาดลอยและต่อมาให้ชิงแชมป์เฉพราะการกับคู่ปรับเก่า  วิคเตอร์ นาบานาเรส อีกครั้ง และได้ ชนะคะแนนไปแบบไม่เป็นเอกฉันท์ เรติน่า ทะสึโยะชิ ขณะแก้มือกับ ดาเนี่ยล ซาราโกซ่า และเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปอย่างบอบช้ำอีกเป็นรอบที่สองจนปลายปี  2540 ได้ตัดสินใจชิงแชมป์โลกอีกครั้ง โดยการชกครั้งนี้เป็นการตัดสินชะตาชีวิตบนสังเวียนผ้าใบของทะสึโยะชิ ถ้าหากพ่ายแพ้จะยอมแขวนนวมทันที เป็นฝ่ายเอาชนะน็อก

ศิริมงคลไปได้ในยกที่ 7 และได้ป้องกันแชมป์ไว้ได้ถึงสองสมัย ก่อนที่จะมาเสียแชมป์ให้กับ วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น ในปลายปี  2541 และได้ชกแก้มืออีกครั้งกับ วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น ในเดือนสิงหาคม2552 โดยทะสึโยะชิประกาศสู้ตาย ยอมตายไม่ยอมแพ้ และไม่ว่าชนะหรือแพ้จะเป็นไฟท์สุดท้ายของตน เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการชกครั้งนี้ทะสึโยะชิสวมกางเกงและรองเท้าสีน้ำเงิน ผิดแปลกไปจากการชกครั้งก่อนๆ ที่จะสวมกางเกง

และรองเท้าสีขาวล้วนมาโดยตลอดหลังจากแพ้วีระพลก็ได้แขวนนวมไปพักใหญ่ โจะอิชิโร่ ทะสึโยะชิ ก็เรียก แสน ส.เพลินจิต มาชกอุ่นเครื่องแล้วต่อยหมัดชุดอัดแสนอยู่ข้างเดียวโดยที่หมัดของแสนทำอะไรทะสึโยะชิไม่ได้เลย โดนชกอยู่ข้างเดียวจนยก 6 กรรมการก็จับแสนแพ้ทีเคโอไปต่อมาทะสึโยะชิในวัย 38 ปี ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นชกในญี่ปุ่น จึงได้มาชกมวยสากลที่เวทีราชดำเนิน ชนะน็อคพลังชัยชูวัฒนะภายในยกที่สอง และต่อมาทะสึโยะเดินทางมาชกที่เมืองไทยอีกครั้ง ณ เวทีมวยราชดำเนินกับซาไกจ๊อกกี้ยิมผลปรากฏว่าทะสึโยะชิถูกหมัดชุดและหมัดเหวี่ยงของซาไกทีเคโอและได้ยอมแพ้ไปในยกที่7อย่างหมดทางสู้


อันดับที่ 3 คริส จอห์น เริ่มชกมวยตั้งแต่ยังอายุน้อยโดยมีพ่อซึ่งเคยเป็นนักมวยมาก่อนเป็นเทรนเนอร์ก่อนจะมาชกมวยสากลจอห์นเป็นนักกีฬาวูซูโม่มาก่อนและเคยได้เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ครั้ง19ที่อินโดนีเซียและจอห์นเป็นแชมป์โลกคนที่ 3 ของอินโดนีเซียและมีฉายาว่า“ไอ้โย่ง และได้ฉายาใหม่ ว่า “มังกร” (Dragon)2548 จอห์นเปลี่ยนเทรนเนอร์มาเป็นซูตันรัมบิงและเข้าร่วมกับค่ายของแฮรี่ในเพิร์ธออสเตรเลียผู้จัดการของจอห์น

ในตอนนี้คือเครก คริสเตียนในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 คริสชกป้องกันตำแหน่งครั้งที่สิบเจ็ดกับชลธาร อ.พิริยะภิญโญนักมวยชาวไทยที่มีสถิติไม่เคยแพ้หรือเสมอใครเช่นเดียวกันที่สิงคโปร์จอห์นประสบการณ์สูงกว่า ผลปรากฏว่าจอห์น เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนชลธารไปได้อย่างขาดลอย 6 ธันวาคม2556 คริส จอห์นได้ ป้องกันตำแหน่งแชมป์เป็นครั้งที่19กับซิมพีเว่ เยทเวก้านักมวยชาวแอฟริกาใต้ที่เมลเบิร์นออสเตรเลีย

ปรากฏว่าจอห์นเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 6 ทำให้สูญเสียตำแหน่งแชมป์โลก และทำให้สถิติการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกสูงสุดของนักมวยชาวเอเชียยังเป็นของ เขาทราย แกแล็คซี่ นักมวยชาวไทยในรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท ที่สถิติสิบเก้าครั้ง และหลังจากการชกครั้งนี้ คริส จอห์น ก็ได้แขวนนวมไป อย่างถาวรโดยไม่กลับมาชกอีกเลย


อันดับที่ 2 เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นอดีตนักมวยแชมเปี้ยนโลกชาวไทย รุ่นจูเนียร์ แบนตั้มเวท ของสภามวยโลกองกรค์  WBC มีชื่อจริงว่า สุระ แสนคำ ฉายาว่า “ซ้ายทะลวงไส้” เขาทรายยังมีพี่ชายฝาแฝด ซึ่งเป็น อดีตแชมป์โลกเช่นเดียวกันคือ เขาค้อ แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท WBA โดยมีระยะเวลาที่เป็นแชมป์โลกคู่กัน เรียกได้ว่าเป็นแฝดแรกของโลกก็ว่าได้ 2542 เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ ” จากสมาคมมวยโลก

โดยได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศนักมวยโลก ณ เมืองคานาสโตต้า นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยสถิติการชก 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง และถือเป็นสถิติการชนะน็อคนักชกมากที่สุดถึง  43 ครั้ง ในรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท (ซูเปอร์ฟลายเวท) จนถึงปัจจุบันอีกด้วย

อันดับที่ 1 แมนนี่ ปาเกียว  แมนนี่ ปาเกียว เป็นนักมวยฟิลิปปินส์ที่ไม่เหมือนกับนักมวยฟิลิปปินส์รายอื่นๆ เป็นนักมวยที่ทรหด มากและ หมัดหนักทั้งซ้ายและขวา สภาพร่างกายแข็งแกร่ง  หลังจากนั้นปาเกียวก็ได้เดินทางไป ชกมวย และใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะมีชื่อเสียงในเวลาต่อมา ปัจจุบัน แมนนี่ ปาเกียว กลายเป็นนักมวยระดับโลก และเป็นนักมวยชาวเอเชียรายแรกที่ได้ครองแชมป์โลกถึง 8 รุ่น ในวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ปาเกียว

ขึ้นชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกร่นเวลเตอร์เวทของWBO โดยพบกับ ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ นักมวยชาวเม็กซิกันที่เคยพบกันมาก่อนหน้านี้แล้วถึง 3 ครั้ง แม้ปาเกียวจะเป็นฝ่ายที่เอาชนะไปได้ก่อนหน้าถึง 2 ครั้ง และเสมอหนึ่งครั้ง แต่ฝ่ายมาร์เกวซอ้างว่าตนเองต่างหากที่สมควรเป็นผู้ชนะ สำหรับผลการชกในครั้งนี้ ปรากฏว่าปาเกียวเป็นฝ่ายเดินเข้าหามาร์เกวซ แต่ถูกมาร์เกวซดักสวนกลับไปได้หลายครั้ง จนหมด 12 ยก สภาพการณ์น่า

จะเป็นมาร์เกวซเป็นผู้ชนะคะแนน แต่เมื่อมีการ ประกาศคะแนนออกมาแล้ว ปรากฏว่ากรรมการทั้ง 3 ท่าน ให้มาร์เกวซเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ คือ 114-114 ,115-113 และ 116-112 ค้านสายตาแฟนมวยในสนามและทั่วโลกที่นั่งชมการถ่ายทอดผ่านหน้าจอโทรทัศน์เป็นอย่างมาก

ล่าสุด แมนนี่ ปาเกียว ได้เซ็นสัญญาชกกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักมวยที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งสถิติการชกยังไม่เคยเสมอหรือแพ้ใคร เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทั้งคู่ได้รับการจับตา และคาดหมายว่าควรจะได้ชกเพื่อพิสูจน์ฝีมือกันมานานแล้ว โดยกำหนดขึ้นใน2 พฤษภาคม  2558 ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยค่าตัวของทั้ง สองฝ่าย น่าจะไม่น้อยกว่า 250 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท


@TS911ASIA